วันจันทร์, 20 กรกฎาคม 2569
วันจันทร์, 20 กรกฎาคม 2569

สืบสาน “ขนมซั้ง” โบราณ รักษารสชาติด้วยเตาฟืน…ภูมิปัญญาที่ไม่ยอมให้เลือนหาย

ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่วิถีดั้งเดิม ยังมีบ้านหลังหนึ่งใน บ้านเกาะใหญ่ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ที่กลิ่นควันจากเตาฟืนยังคงลอยอวลทุกครั้งที่มีการก่อไฟต้ม “ขนมซั้ง” ขนมพื้นบ้านโบราณของชาวใต้ ซึ่งกำลังถูกสืบทอดด้วยหัวใจของ คุณเสงี่ยม วรรณโร วัย 69 ปี ผู้ยืนหยัดรักษารสชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้ไม่ให้เลือนหาย

ทุกเช้าที่เริ่มลงมือทำขนม คุณเสงี่ยมให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดข้าวเหนียวคุณภาพดี ล้างให้สะอาด แช่น้ำนานประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนผสมน้ำด่าง แล้วนำไปต้มด้วยไฟอ่อนบนเตาฟืนนานกว่า 3 ชั่วโมง

แม้ปัจจุบันจะมีเตาแก๊สเข้ามาช่วยในช่วงที่มีออร์เดอร์จำนวนมากหรือเทศกาลสำคัญ แต่สำหรับคุณเสงี่ยม “เตาฟืน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะความร้อนที่ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ขนมซั้งมีเนื้อเหนียวนุ่ม สีสวย และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากการผลิตแบบเร่งรีบ

ขนมซั้งไม่ได้มีเพียงรูปแบบดั้งเดิมเท่านั้น หากนำมารับประทานคู่กับน้ำเชื่อมหรือกะทิสด ก็กลายเป็นขนมหวานที่หลายคนคิดถึง ขณะเดียวกัน คุณเสงี่ยมยังต่อยอดภูมิปัญญา ด้วยการพัฒนาเป็น ขนมซั้งไส้ถั่วแดงกวน และ ไส้เผือกกวน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของขนมพื้นบ้านไว้อย่างครบถ้วน

ปัจจุบัน ขนมซั้งของคุณเสงี่ยมยังคงผลิตตามออร์เดอร์ และได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลต่าง ๆ แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่ายอดขาย คือความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนรุ่นหลัง เพื่อให้ขนมพื้นบ้านชนิดนี้ยังคงอยู่คู่ชุมชน ไม่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต

เรื่องราวของคุณเสงี่ยมสะท้อนให้เห็นว่า “ภูมิปัญญา” ไม่ได้อยู่เพียงในตำรา หากแต่อยู่ในสองมือที่ยังคงลงมือทำ อยู่ในเตาฟืนที่ยังคงก่อไฟ และอยู่ในหัวใจของคนที่เชื่อว่า ของดีพื้นถิ่นควรได้รับการสืบสาน

เพราะการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ไม่ได้เริ่มจากสิ่งยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากการไม่ปล่อยให้ “ขนมโบราณ” หนึ่งห่อ หายไปจากวิถีชีวิตของคนรุ่นต่อไป

#สงขลามีเดีย #ขนมซั้ง #ของดีสงขลา #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #ควนเนียง #ขนมพื้นบ้าน #SoftPowerสงขลา #วิถีชุมชน #ของกินโบราณ