

หาดใหญ่ – บริษัท สิรีน พร๊อพเพอร์ตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดตัวนวัตกรรม “คอนโดสู้น้ำท่วม” แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการ พลัส เพชรเกษม พร้อมนำคณะสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ขึ้นชมวิวเมืองหาดใหญ่แบบ 360 องศา บนชั้น 25 ของอาคาร ตอกย้ำศักยภาพทำเลและแนวคิดการออกแบบที่รองรับภัยพิบัติในอนาคต หลังบทเรียนมหาอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568




คุณนิมิต โมนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณวุธิพรรษ์ กังสนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิรีน พร๊อพเพอร์ตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิด “คอนโดสู้น้ำท่วม” เกิดจากการนำบทเรียนความเสียหายจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่มาพัฒนาเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัย ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย แต่ต้องสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
โครงการได้รับการออกแบบให้มีระบบป้องกันและบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร ประกอบด้วย แผงกั้นน้ำบริเวณทางเข้าโครงการ รั้วป้องกันน้ำสูง 2 เมตร ระบบวาล์วป้องกันน้ำย้อน เครื่องสูบน้ำสำรอง การยกระดับพื้นที่ส่วนกลางและระบบวิศวกรรมสำคัญ ระบบไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องในภาวะฉุกเฉิน ห้องอเนกประสงค์สำหรับรองรับการพักพิงชั่วคราว ที่จอดรถภายในอาคารเพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงระบบสื่อสารสำรองและอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น เรือท้องแบน
คุณนิมิต โมนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การพัฒนาโครงการครั้งนี้ยึดหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ Safety, Resilience, Disaster Protection และ Long-term Value เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัยว่าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย แม้ในสถานการณ์วิกฤติ พร้อมรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว






ภายหลังการแถลงข่าว ผู้บริหารได้นำคณะสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ขึ้นชมทัศนียภาพบนชั้น 25 ของโครงการ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองหาดใหญ่ได้แบบ 360 องศา พร้อมนำเสนอรายละเอียดของการออกแบบอาคารและระบบต่าง ๆ ที่รองรับการรับมืออุทกภัย สะท้อนแนวคิดการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ






ขอเชิญผู้สนใจเข้าชม “ห้องตัวอย่าง” ภายในโครงการ เพื่อสัมผัสบรรยากาศจริงของการอยู่อาศัยในพื้นที่ขนาด 30 ตารางเมตร ที่ออกแบบอย่างลงตัว ครบครันทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงาม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่






การเปิดตัว “คอนโดสู้น้ำท่วม” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอาจกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติควบคู่ไปกับคุณภาพการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน