วันอังคาร, 26 พฤษภาคม 2569
วันอังคาร, 26 พฤษภาคม 2569

สงขลา พร้อมโชว์ของดีวิถี 2 เล เตรียมนำทัพการแสดงศิลปวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ สู่สายตานักท่องเที่ยว ในงาน “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” Songkhla Vintage Festival 2026

วันนี้ ( 25 พ.ค. 69) นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานงานแถลงข่าว “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” Songkhla Vintage Festival 2026 เพื่ออนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา โดยมี นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ร.ต.ท.โกวิทย์ รัชนียะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ พ.ต.อ.เดชาวุธ เจ๊ะเต๊ะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และดร.พระครูวาทีธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดแหลมพ้อ ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมในครั้งนี้ ณ วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา จัดงานแถลงข่าว “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” Songkhla Vintage Festival 2026 ภายใต้โครงการตลาดย้อนยุคส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนคน 2 เล จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

 นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานการแถลงข่าว กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในภาคใต้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นหลากหลาย การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปตามประเด็นการพัฒนาจังหวัดสงขลา ประเด็นการพัฒนาที่ 2 พัฒนา ส่งเสริมการท่องเที่ยว การกีฬา และบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยมีแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้แก่ประชาชนและชุมชน ตลอดทั้งส่งเสริมและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสาขาการผลิตที่มีสัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายท่องเที่ยวต่อมูลค่าผลผลิตท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ในสาขาการผลิตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 12 สาขา เพราะฉะนั้นการดำเนินโครงการตลาดย้อนยุคส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนคน 2 เล จึงเป็นการผลักดัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภูมิปัญญา ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงาน “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” Songkhla Vintage Festival 2026 จัดขึ้นภายใต้โครงการตลาดย้อนยุคส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนคน 2 เล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประชาชน ในชุมชนของจังหวัดสงขลา มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมข้ามทะเลสาบสงขลา การแสดงอัตลักษณ์ ทางวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น หนังตะลุง โนรา การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการวิถีชีวิตและเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมชุมชนคน 2 เล การประกวดอาหารพื้นบ้าน การประกวดแกะหนังตะลุง และแทงหยวก ชิงเงินรางวัลและโล่รางวัล การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ผ้าทอและผ้าพื้นเมือง การล่องเรือชมวัฒนธรรม 2 เล การเสวนาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่กำลังสูญหายในวิถีวัฒนธรรม 2 เล และการเสวนาเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวในวิถีวัฒนธรรม 2 เล การแสดงจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “บุ๋ม ปจารีย์” รวมถึงการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งจากโรงเรียนในจังหวัดสงขลา ตลอด 3 คืน โดยงานนี้เข้าชมชมฟรี!! ตลอดงาน

ร.ต.ท.โกวิทย์ รัชนียะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ กล่าวว่า เกาะยอถือเป็นพื้นที่ที่มีเสน่ห์และอัตลักษณ์โดดเด่นอย่างยิ่งของจังหวัดสงขลา เพราะเป็นชุมชนกลางลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ยังคงรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ได้อย่างงดงามและมีชีวิตชีวา ทั้งในด้านวิถีประมงพื้นบ้าน การทำเกษตรกรรม งานหัตถกรรมพื้นถิ่น อาหารพื้นบ้าน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน

            นอกจากนี้ เกาะยอยังมีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับสายน้ำ ผู้คนสามารถสัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย อบอุ่น และเสน่ห์ของชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่หาได้ยากในปัจจุบัน และเป็นจุดแข็งสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา

สำหรับการจัดงาน “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันเกาะยอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืน โดยเป็นเวทีในการนำเสนออัตลักษณ์ วิถีชีวิต และทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง ทั้งด้านอาหารพื้นบ้าน งานหัตถศิลป์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่สำคัญ การจัดงานยังช่วยสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่าในรากเหง้าและภูมิปัญญาของตนเอง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

            “เกาะยอ” ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไปในอนาคต นายก อบต.เกาะยอ กล่าว

            ด้าน พ.ต.อ.เดชาวุธ เจ๊ะเต๊ะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวถึง มาตรการด้าน
ความปลอดภัยในการดูแลนักท่องเที่ยวและพื้นที่ท่องเที่ยวของตำบลเกาะยอ ว่า สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลเกาะยออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกาะยอถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสงขลา ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ชีพกู้ภัย และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราและดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว เส้นทางสัญจร จุดชมวิว และบริเวณชุมชนท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลจุดจอดรถ และบริหารจัดการการเดินทางในช่วงวันหยุดหรือช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรและสร้างความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

            นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยทางน้ำในพื้นที่ริมทะเลสาบ การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลและช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุจำเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความใส่ใจไม่แพ้เรื่องความปลอดภัย คือการสร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และให้บริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเกาะยอได้รับทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความอบอุ่นตลอดการเดินทาง

ดร.พระครูวาทีธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดแหลมพ้อ กล่าว่วา วัดแหลมพ้อ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์
อันงดงามของทะเลสาบสงขลา มีทั้งคุณค่าทางศาสนา ศิลปกรรม และวิถีชีวิตที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนเกาะยอได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพระนอนองค์ใหญ่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล      นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “วัด ชุมชน และวิถีชีวิต” ที่เกื้อกูลกันมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชุมชนยังคงร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของเกาะยอ ในฐานะชุมชนแห่งวัฒนธรรมและความเรียบง่ายที่อบอุ่น

   โดยการจัดงาน “เทศกาลเที่ยวหลาดย้อนยุค แลวิถีชุมชนคน 2 เล” ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ถึงอัตลักษณ์ของตำบลเกาะยอให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่ชุมชนเกาะยอ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีน้ำทะเลล้อมรอบเกาะยอ  มีสะพานติณสูลานนท์ (สะพานป๋าเปรม) เชื่อมต่อทั้ง ๒  ฝั่งเพื่อสะดวกในการสัญจร เกาะยอจึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์กลางทะเลสาบ เพราะอุดมไปด้วยอาหารทะเล  และธรรมชาติที่บริสุทธิ์  ชุมชนเกาะยอโดยส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพประมง  เกษตรกรรม  และการทอผ้า  
            เพราะฉะนั้น การจัดงานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ ทั้งผู้ประกอบการร้านค้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ช่างฝีมือพื้นบ้าน เกษตรกร และเยาวชนในชุมชน ถือเป็นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ การจัดงานยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่า
 ในรากเหง้าและอัตลักษณ์ของตนเอง เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามามีบทบาทในกิจกรรมทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน.